วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

แตงกวา สารพัดประโยชน์


แตงกวาเป็นผักที่กินแกล้มกับอาหารคาวได้หลากหลายเมนู เช่น ข้าวผัด ข้าวมันไก่ สเต๊ก หรือลาบ บางครั้งก็กินเป็นผักเหนาะจิ้มน้ำพริก หั่นใส่ในอาจาดหรือน้ำพริก ๆ ใส่ในสลัด หรือจะกินเล่นก็ยังได้ ส่วนเมนูที่นำแตงกวาไปปรุงสุกเท่าที่พอจะคุ้นตาก็เช่นแตงกวาผัดไข่หรือแกงจืดแตงกวายัดไส้ ด้วยว่ารสหวาน กรุบกรอบฉ่ำน้ำ กินง่าย และมีให้กินตลอดทั้งปี ผักชนิดนี้จึงขายดิบขายดีทั้งในบ้านเราและในต่างประเทศ

ลูกพลับ ที่มีประโยชน์ล้นเหลือ



พลับ ผลไม้ทรงกลมแป้น เปลือกเป็นมันเงา ผลอ่อนมีสีเขียวเนื้อกรอบ เมื่อสุกเนื้อจะนิ่มขึ้น เปลือกเปลี่ยนเป้นสีเหลืองอมส้มภายในมีเมล็ดหลายเมล็ด หากผ่ากลางผลตามขวางจะเห็นเมล็ดเรียงตัวกันเป็นรัศมีอย่างสวยงาม ชาวจีนถือว่าพลับเป็นผลไม้มงคล เพราะมีชื่อในภาษาจีนพ้องเสียงกับคำที่เป็นมงคล จึงนิยมมอบเป็นของขวัญให้กัน เพื่ออวยพรให้สมปรารถนา

ถั่วเหลือง สิ่งดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม


ถั่วเมล็ดเหลืองทองนี้มีโปรตีนสูงกว่าถั่วทุกชนิด จัดเป็นโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้อยู่ครบทั้ง 8 ชนิด โดยเฉพาะไลซีน ลิวซีน (Leucine) ทรีโอนีน (Threonine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดที่มีน้อยมากในธัญพืชชนิดอื่น ๆ แต่ถั่วเหลืองจะมีเมทไทโอนีนในปริมาณน้อย จึงควรกินถั่วเหลืองรวมกับธัญพืชและเมล็ดพืชอื่น ๆ เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโพด งา เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น มีนักโภชนาการคำนวนไว้ว่าปริมาณถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม จะมากเท่ากับโปรตีนในเนื้อหมูแดง 2 กิโลกรัม หรือโปรตีนในไข่ไก่ 3 กิโลกรัม หรือโปรตีนในนมวัว 12 กิโลกรัม แต่ถั่วเหลืองอาจมีข้อด้อยกว่าโปรตีนจากสัตว์ตรงที่โปรตีนจากถั่วเหลืองจะถูกย่อยและดูดซึมไปใช้ได้ไม่ดีเท่าโปรตีนจากสัตว์

มะละกอ บำรุงผิว


มาทำความรู้จักกับเจ้ามะละกอกันก่อน
มะละกอเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่หารับประทานง่าย และมีสรรพคุณนานาชนิด ผลมะละกอเป็นส่วนที่เรานำมาใช้ประโยชน์มากที่สุด ทั้งรับประทานผลดิบและสุก นำมาประกอบเป็นอาหารคาวหวาน ทั้งต้ม ผัด แกง จริง ๆ แล้วมะละกอมีต้นกำเนิดมาจากทางอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ได้แพร่หลายไปในหลายพื้นที่ในโซนเขตร้อนต่าง ๆ ทั่วโลก

น้ำผึ้ง บำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่ม




น้ำผึ้ง บำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่ม


น้ำผึ้ง มีสรรพคุณเป็นที่เลื่องลือและเป็นสิ่งที่เราคนไทยรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี น้ำผึ้งไม่ได้มีดีที่ให้ความหอมหวานเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในเรื่องของการรักษาโรค และบำรุงผิวพรรณให้มีน้ำมีนวลแลดูสุขภาพดี เรียกได้ว่าผู้หญิงไทยนำน้ำผึ้งมาประทนผิวสืบทอดต่อกันมานับตั้งแต่สมัยคุณทวดกันเลยทีเดียว จนกระทั่งในยุคปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ได้นำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนประกอบเช่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า สบู่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นต้น